รวมสูตรอาหารชาวเหนือ ที่คนภาคไหนๆก็สามารถทำทานเองได้ที่บ้านง่ายๆ

รวมสูตรอาหารชาวเหนือ

รวมสูตรอาหารชาวเหนือ ที่คนภาคไหนๆก็สามารถทำทานเองได้ที่บ้านง่ายๆ

อาหารของภาคเหนือ ประเทศไทย

ภาคเหนือของประเทศไทยจะอยู่ติดกับพม่าและลาว ส่งผลทำให้วัฒนธรรมด้านอาหาร มีความคล้ายคลึงกันหรือมีการถ่ายทอดวัฒนธรรมด้านการบริโภคอาหารที่คล้ายคลึงกัน อาหารที่สำคัญ เช่น แหนม ไส้อั่ว แคบหมู คนภาคเหนือนิยมรับประทานข้าวเหนียวเป็นหลัก ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการนึ่งข้าวเหนียวในหวด(ดังรูป) การรับประทานข้าวเหนียวจะหยิบโดยใช้นิ้วหยิบ (Gabriel, 2014) รองลงมา คือขนมจีน ซึ่งได้จากการการหมักข้าวเจ้าและมาขึ้นรูปเป็นเส้น รับประทานกับน้ำเงี้ยว ข้าวหนุกงา (หนุก แปลว่า คลุกหรือนวด) มีการเรียกชื่อที่แตกต่างกันไปตามถิ่นที่อยู่อาศัย เช่น บางแห่งเรียกว่า “ข้าวงา” “ข้าวหนึกงา”หรือบางพื้นที่ก็เรียกว่า”ข้าวแดกงา” ข้าวเหนียวนึ่งที่นำมาใช้ต้องเป็นข้าวออกใหม่ที่บ้านเราเรียกว่า“ข้าวใหม่”

ถ้าดูคุณสมบัติของคุณค่าทางอาหารของ “ข้าวหนุกงา” โดยเฉพาะทางสรรพคุณของ “งาขี้ม้อน” มีกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวสูง กรดนี้สามารถช่วยควบคุมระดับโคเลสเตอรอลไม่ให้มีมากเกินไป ป้องกันไม่ให้หลอดเลือดแข็ง ป้องกันโรคหัวใจและโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดบางชนิด งามีแคลเซียมมากกว่าพืชผักทั่วไปถึง 40 เท่า และมีฟอสฟอรัสมากกว่าพืชผักทั่วไปถึง 20 เท่า งายังเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี ช่วยแก้อาการไม่สบายต่าง ๆ ที่เกิดจากระบบประสาท เช่น นอนไม่หลับ อ่อนเปลี้ยเพลียแรง เป็นเหน็บชา ปวดเส้นตามตัว แขน ขา เบื่ออาหาร ท้องผูก เมื่อยสายตา และยังช่วยลดปริมาณโคเลสเตอรอลในเลือด ที่สำคัญงายังเป็นอาหารต้านมะเร็งอีกด้วย นักวิทยาศาสตร์หลายท่านกล่าวว่าสาร “เซซามอล” ที่มีอยู่ในงานั้นป้องกันมะเร็งได้ และยังทำให้ร่างกายแก่ช้าลงอีกด้วย

(ข้าวหนุกงา, 2552) และข้าวแรมฟืน ทำจากข้าว ถั่วเหลืองหรือถั่วลันเตา เตรียมโดยนำมาแช่น้ำจนอ่อนตัว จากนั้นนำมาบดจนละเอียด แล้วนำมาผสมกับน้ำให้มีความเข้มข้นพอควร โดยสำหรับข้าวแรมฟืนข้าวต้องมีการผสมกับน้ำปูนใสหรือแคลเซียมคลอไรด์เพื่อช่วยในการแข็งตัว จากนั้นนำมาต้มจนสุกและมีความข้นหนืดพอเหมาะแล้วจึงตั้งทิ้งไว้ข้ามคืนหรือแรมคืน (ซึ่งอาจเป็นที่มาของคำว่าข้าวแรมฟืนนั่นเอง) ในระหว่างนี้แป้งจะเย็นตัวลงจนแข็งเป็นเจลขุ่นและมีสีตามธรรมชาติของวัตถุดิบ เวลารับประทานก็เพียงนำมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ราดน้ำปรุงรสขลุกขลิกรสชาติออกเปรี้ยวหวาน อาจเพิ่มพริกคั่วและถั่วบด สำหรับข้าวแรมฟืนถั่วลันเตายังนิยมนำมาทอดในน้ำมันได้เป็นข้าวแรมฟืนทอดที่กรอบนอกนุ่มในและมีรสชาติอร่อย

เป็นอาหารเฉพาะท้องถิ่นชาวไทลื้อที่อาศัยอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือเท่านั้น นิยมบริโภคกันในบางส่วนของประเทศเวียดนาม ประเทศพม่า และประเทศจีนทางตอนใต้อีกด้วย ข้าวแรมฟืนประกอบด้วยแป้งกลุ่มหนึ่งซึ่งมีความทนทานต่อการย่อยโดยเอนไซม์ หรือเรียกว่าสตาร์ชทนย่อย (Resistant starch, RS) โดยสตาร์ชกลุ่มนี้จะไม่ถูกย่อยเป็นน้ำตาลกลูโคสโดยเอนไซม์ในลำไส้เล็ก และจะถูกส่งผ่านไปที่ลำไส้ใหญ่ โดยร้อยละ 80-90 ของ RS จะเกิดกระบวนการหมักได้เป็นกรดไขมันโมเลกุลเล็กที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและส่วนที่เหลือจะถูกขับออกเป็นกากอาหาร นับได้ว่าแป้งกลุ่มนี้มีคุณประโยชน์เทียบเท่าได้กับใยอาหาร (fiber) และยังมีคุณสมบัติเป็น prebiotic อีกด้วย

น้ำพริกน้ำปู

น้ำพริกน้ำปู
น้ำพริกน้ำปู

ส่วนผสม น้ำพริกน้ำปู
น้ำพริกหนุ่มสำเร็จรูป 1 ถุง
น้ำปู 1/2 ชช
น้ำมะนาว 1/2 ผล
ไข่ต้ม 2 ฟอง

ขั้นตอน น้ำพริกน้ำปู
1.ผสมน้ำปูในน้ำพริกหนุ่ม
2.ใส่ไข่ต้ม บีบน้ำมะนาวผสมให้เข้ากัน
3.เสิร์ฟ
4.รับประทานพร้อมเครื่องเคียงต่างๆ

ไส้อั่วทอด

ไส้อั่วทอด
ไส้อั่วทอด

ส่วนผสม ไส้อั่วทอด
ไส้อั่วสำเร็จรูป

ขั้นตอน ไส้อั่วทอด
1.นำไส้อั่วไปล้างทำความสะอาด ก่อนทอด
2.นำไปใส่ในหม้อทอด 180/5/5
3.เสิร์ฟค่ะ

คั่วเห็ด ถอบ

คั่วเห็ด ถอบ
คั่วเห็ด ถอบ

ส่วนผสม คั่วเห็ด ถอบ
เห็ดเผาะหรือเห็ดถอบ 1 กระป๋อง 250 กรัม
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
หมูสับ 100 กรัม
ใบมะกรูด ซอย 10 ใบ
ผงปรุงรส 1 ช้อนชา
เครื่องแกง
พริกแห้ง 8 เม็ด
หอมแดง 4 หัว
กระเทียม 6 กลีบ
กะปิ 1 ช้อนชา
เกลือ 1/2 ช้อนชา

ขั้นตอน คั่วเห็ด ถอบ
1.ล้างเห็ดเผาะให้สะอาด และซอยบางๆ เตรียมไว้
2.โขลกส่วนผสมเครื่องแกง ที่จะนำไปผัดให้เข้ากัน
3.ตั้งกระทะ ใส่ น้ำมัน ผัดเครื่องแกงให้มีกลิ่นหอม ใส่หมูบด ผัดให้สุก แล้วตามด้วยเห็ดเผาะ
4.ใส่ใบมะกรูด ซอย ผัดให้เข้ากันอีกที ปิดไฟ พร้อม รับประทาน ค่ะ

แกงผักกาดใส่ไก่

แกงผักกาดใส่ไก่
แกงผักกาดใส่ไก่

ส่วนผสม แกงผักกาดใส่ไก่
ผักกวางตุ้ง (สูตรใช้ผักกาดจ้อน/แม้ว) 1 มัด
ผักชีลาว 1 กำ
ปีกไก่ บน (ใช้สะโพกไก่ จะอร่อยกว่า) 10 ชิ้น
มะแขว่นคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม 4 กลีบ
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำพริกแกง
พริกแห้งเม็ดใหญ่ 12 เม็ด
กระเทียม 8 กลีบ
หอมแดง 5 หัว
ข่าหั่นหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
ตะไคร้หั่นหยาบ 1 ต้น
กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
ปลาร้า 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1/2 ช้อนชา

ขั้นตอน แกงผักกาดใส่ไก่
1.เด็ดผักกาด ผักชีลาวแช่น้ำ พักไว้ (ถ้าใช้สะโพกไก่ ก็สับให้เป็นชิ้นพอดีคำ)
2.โขลกมะแขว่นกับกระเทียม แยกเตรียมไว้
3.โขลกส่วนผสมพริกแกงทั้งหมด ให้เข้ากันและละเอียดดี
4.ตั้งหม้อใส่น้ำมัน ใช้ไฟอ่อน นำพริกแกงที่โขลกมาผัดลงในหม้อให้มีกลิ่ นหอม
5. ใส่เนื้อไก่ลงไปผัดกับพริกแกง ใส่น้ำล้างครกลงไปผัดขลุกขลิก ให้ เข้ากัน
6.เมื่อเนื้อไก่เริ่มตึง เติมน้ำเปล่า ลงในหม้อ เร่งไฟกลาง
7.เมื่อน้ำแกงเดือด ใส่ผักกาดและผักชีลาวลงไปให้พอจม ไม่ต้องคน
8.พอผักกาดเริ่มหดลง ใส่มะแขว่นกับกระเทียม ที่โขลกเตรียม ไว้ ลงไป ชิมรส ก่อน ปรุงรสด้วยเกลือตามชอบ
9.พร้อมรับประทาน ค่ะ

แกงอ่อมจิ๊น

แกงอ่อมจิ๊น
แกงอ่อมจิ๊น

ส่วนผสม แกงอ่อมจิ๊น
เนื้อวัวและ เครื่องในวัว หั่นชิ้นพอดีคำ 1/2 กก
ข่าอ่อนซอย 10 แว่น
ใบมะกรูด ฉีก 8 ใบ
ตะไคร้หั่นท่อน 1 ต้น
รากผักชี 3 ราก
ผักชีต้อนหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
ผักชีฝรั่ง หั่นหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
พริกแกง
พริกแห้ง 12 เม็ด
หอมแดง 5 หัว
กระเทียม ไทย 20 กลีบ
ตะไคร้ ซอย 1 หัว
ข่าซอย 1 ช้อนโต๊ะ
ขมิ้นซอย 1 ช้อนชา
เกลือ 1 ช้อนชา
กะปิ 1/2 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำ แกงอ่อมจิ๊น
1.เตรียมส่วนผสมพริกแกง
2.โขลกเครื่องแกงทั้งหมดให้เข้ากันดี
3.ตั้งหม้อใส่น้ำมันผัดเครื่องแกงให้มีกลิ่นหอม ใช้ไฟอ่อน
4.เมื่อเครื่องแกงหอม ใส่เนื้อวัวและเครื่องในวัวลงไปแล้วผัดส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันดี
5.เติมน้ำให้ท่วมแล้วตามด้วย ข่าหั่น ตะไคร้หั่น ใบมะกรูด ๓ ใบ และรากผักชี ต้มจนเนื้อนิ่มเปื่อย (สังเกต อย่าให้น้ำในหม้อแห้ง)
6.เมื่อเนื้อนิ่มและเปื่อยได้ที่แล้ว ปิดไฟยกลง โรยหน้าด้วยผักชีต้นหอมและผักชีฝรั่ง ซอย พร้อมรับประทาน ค่ะ

ufabet login

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *