วิธีรับมือกับบุคลคลที่หายไป เราควรทำอย่างไร หาคำตอบได้ที่นี่เลย

วิธีรับมือกับบุคลคลที่หายไป

วิธีรับมือกับบุคลคลที่หายไป เราควรทำอย่างไร หาคำตอบได้ที่นี่เลย

ตามหาคนหาย เราเชื่อว่าหลายท่านที่เจอปัญหาคนในครอบครัวหนีออกจากบ้าน ด้วยสาเหตุต่างๆ เช่น ทะเลาะภายในครอบครัว, หนีหนี้, ถูกล่อลวงจากการแชทหรือสื่อทางโซเชียลมีเดีย, ชู้สาว, ผู้ป่วยทางสมอง, อุบัติเหตุ, ลักพาตัว, ติดเกม, หรือขาดการติดต่อ ฯลฯ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุไหน บุคคลเหล่านั้นล้วนเป็นคนสำคัญทั้งสิ้น จึงไม่ควรปล่อยไว้นาน อย่าคิดว่าจะกลับมาเอง เพราะยิ่งนาน ยิ่งตามหาตัวยาก

ปัญหาคือหลายท่านที่ต้องการตามหาคนหาย ล้วนไม่ทราบขั้นตอน หรือวิธีดำเนินการติดตาม เป็นเหตุให้ไม่อาจติดตามบุคคลเหล่านั้นได้ นอกจากการรอให้ถึง 24 ชั่วโมงเพื่อแจ้งความคนหายแล้ว การจ้างนักสืบเอกชนตามหาคนหาย จึงเป็นอีกวิธีที่หลายท่านนิยมบริการ

จากเหตุผลดังที่กล่าวมาข้างต้น เราก็เลย ขอชี้แนะ กรรมวิธีตามหา คนหาย พื้นฐาน ซึ่งสามารถ ใช้ประโยชน์ ได้ จริง
ก่อนถึงเวลา แจ้งเหตุ (24 ชั่วโมง) หรือ คอย ขั้นตอน โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือ ก่อนจะ ว่าจ้างสายสืบตามหาคนหาย เพื่อ
เพิ่มจังหวะ สำหรับเพื่อการ พบตัวที่มากขึ้น

วิธีรับมือกับบุคลคลที่หายไป
วิธีรับมือกับบุคลคลที่หายไป

วิธีการตามหาคนหายเบื้องต้น

ปัญหาที่ครอบครัวคนหายพบเสมอในการติดตามหาพ่อแม่หรือญาติที่ขาดการติดต่อ ตามหาเพื่อน หรือแฟนนั้น บุตรหลานที่หายจากโซเชียลมีเดีย เช่นการแชทเฟซบุ๊ก, แชทไลน์ทางโทรศัพท์, แชทข้อความทางเกมต่างๆคือ ไม่ทราบขั้นตอน หรือวิธีการดำเนินการติดตาม เป็นเหตุให้ไม่อาจติดตามหาบุคคลเหล่านั้น ได้ ซึ่งหากแบ่งวิธีการดำเนินการติดตาม สามารถแบ่งออกมาได้ ดังนี้ครับ

วิเคราะห์อุปนิสัยและพฤติกรรมของคนหาย

หมายถึงการที่ครอบครัวของคนหาย นำอุปนิสัยพฤติกรรมและการแสดงออกของของคนหายมาเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ถึงเบาะแสในการติดตามคนหาย โดยข้อมูลในส่วนนี้ถือว่ามความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากพฤติกรรรมและการแสดงออกของคนหาย จะเชื่อมโยงกับสถานที่ซึ่งคนหายอาจจะพลัดหลงไป เช่น

พฤติกรรมการขึ้นรถประจำทางของคนหาย ครอบครัวคนหายควรตรวจสอบว่ารถประจำทางสายใดบ้างที่ผ่านบริเวณบ้าน หรือสถานที่ซึ่งคนหายพลัดหลงไปซึ่งจะทำให้ทราบเบาะแส ว่าควรจะไปตามคนหายที่ใดได้บ้าง
พฤติกรรมการเดินทางออกนอกบ้าน นอกจากข้อ 1แล้ว การให้เพื่อนคนเดิมๆมารับเป็นประจำ หรือมีคนเดิมๆมารับบ่อยๆ ก็น่าสงสัยเช่นกันครับ
คนหายที่ไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ หากคนหายที่ไม่สามารถอ่านหนังสืออาจจะกำลังเดินไปเรื่อยๆ ในการประเมินสถานการณ์เบื้องต้นว่าคนหายจะเดินทางพลัดหลงไปที่ใดได้บ้าง
พฤติกรรมการไปสถานที่ซึ่งคาดว่าคนหายไป ควรวจสอบยังสถานที่ซึ่งคนหายคุ้นเคยหรือไปเป็นประจำ เช่น ที่ทำงาน, ผับ-บาร์, บ้านเพื่อนสนิท, ฯลฯ ซึ่งมีโอกาสสูงที่คนหายอาจไปครับ
การสืบค้นเบาะแสจากบุคคลแวดล้อม
การสืบค้นเบาะแสจากบุคคลแวดล้อมถือว่าเป็นการหาเบาะแสสำคัญในการตามหาคนหายที่เจตนาหลบหนีเนื่องจากคนหายไปในลักษณะ ดังกล่าวอาจจะเคยเล่าข้อมูล ให้เพื่อนสนิทฟังว่ากำลังคบหาพูดคุยกับใครในอินเตอร์เน็ต หรืออาจจะเคยเล่าให้ฟังว่ามีใครในอินเตอร์เน็ตนัดไปเจอ หรือกำลังหลบนีอะไร หรือมีปัญหาใด

สมาชิกในครอบครัว

สมาชิก ในบ้าน เป็นบุคคล ที่ มีความสนิทสนม รวมทั้ง สนิทสนม กับ คนหาย เยอะที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใน ครอบครัว ใหญ่ ซึ่ง
มีสมาชิก ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย คน หาย บางครั้งอาจจะ ให้ความสนิทสนม กับ คนที่อาศัยอยู่ภายในครอบครัว บางบุคคล ที่เขา
วางใจ สูงที่สุด รวมทั้ง บางครั้งก็อาจจะ เล่า หรือ ระบายเรื่องราวต่าง ๆ ให้ ฟัง ซึ่ง ข้อมูล ตรงจุดนี้ บางทีก็อาจจะ เอามา ประมวล
เป็นร่องรอย ได้ ดังเช่นว่า คนหาย บางครั้งก็อาจจะ เคยเล่า ถึงเพื่อนสนิทหรือเพื่อนทีเพิ่งรู้จักกันในการเล่นแชทไลน์ทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งเมื่อ นำ ข้อมูลต่าง ๆ มา ประมวล กันแล้ว อาจจะก่อให้ ทราบดีว่า คน หาย บางที่อาจจะไปอาศัย อยู่กับ ผู้ใดกันแน่

เพื่อนคนหาย

เพื่อนคนหายถือว่าเป็นตัวแปรสำคัญในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับคนหายเนื่องจากคนที่หายไปนั้นอาจจะเคยเล่าเรื่องราว ปัญหาต่างๆ ให้เพื่อนๆที่สนิทฟัง หรือไม่บางครั้งเพื่อนสนิทของคนหายก็อาจจะเป็นกลุ่มที่เล่นแชทไลน์ทางอินเตอร์เน็ต หรือมีปัญหาด้วยกัน ซึ่งจะทำให้ครอบครัวคนหาย ทราบข้อมูลเกี่ยวกับคนที่ล่อลวงคนหายไปว่าเป็นใคร เพื่อนสนิทของคนหาย คือ บุคคลที่อาจจะให้ที่พักพิงกับคนหายหรือ ให้คนหายยืมเงินดังนั้นเพื่อนสนิทถือว่าเป็นกุญแจสำคัญที่จะหาความจริงว่าคนหายไปอยู่ที่ไหน

กรณีเด็กต่ำกว่า18ปีการสอบถามเพื่อนสนิทของคนหายนั้นทางครอบครัวไม่ควรไปสอบถามเองโดยตรง แต่ควรให้อาจารย์ประจำชั้นหรือผู้ปกครองเป็นผู้เรียกเด็กมาสอบถามเป็นรายคนจะได้รับคำตอบที่ตรงกับความเป็นจริงมากกว่า ทั้งนี้เพราะเพื่อนของเด็กอาจจะยำเกรงผู้ปกครองของตนเองและอาจารย์ประจำชั้นมากกว่าเรา

การตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของคนหาย

การสืบสวนติดตามหาคนหายในกรณีเจตนาหลบหนี, การติดเล่นแชทไลน์ทางอินเตอร์เน็ต, หรือชู้สาว ควรเริ่มจากการตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของคนหาย เนื่องจากจะมีข้อมูลที่เชื่อมโยงกับบุคคลที่ติดต่อพูดคุยกับคนหายทางโทรศัพท์ เนื่องจากคนหายอาจจะเคยแลกเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์กับผู้ที่พาคนหายไป ซึ่งการตรวจสอบข้อมูลทางโทรศัพท์มีทั้งประเภทที่ครอบครัวคนหายสามารถขอตรวจสอบกับผู้ให้บริการได้เอง กับประเภทที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการตรวจสอบให้ หรือแม้แต่การจ้างนักสืบเอกชนเช็คเบอร์ก็ตาม

การตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของแต่ละเครือข่าย กรณีต้องดำเนินการด้วยตนเอง เอกสารที่จำเป็นจะต้องใช้มีดังนี้

1.หนังสือขอความร่วมมือจากสถานีตำรวจ ลงนามโดย นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร, พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี, หรือนายตำรวจยศพันตำรวจเอก(ผู้กำกับการ)ขึ้นไป
2.แนบเอกสารบันทึกทางคดี หรือหลักฐานการแจ้งความ
3.ส่งเอกสารดังกล่าวเป็นจดหมายเท่านั้นที่บริษัทเครือข่ายของเบอร์คนหาย หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
4.สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ของศูนย์บริการเครือข่ายเบอร์ของคนหาย

การตรวจสอบข้อมูลการใช้อินเตอร์ของคนหาย

อีกวิธีการหนึ่งที่สำคัญ คือ ให้สมาชิกในครอบครัวที่เล่นแชททางอินเตอร์เน็ตได้แอดอีเมล์ของคนหายและผู้ที่ต้องสงสัยว่าพาคนหายไปเพื่อปลอมตัวเข้าไป สนทนากับบุคคลทั้งคู่ในกรณีที่บุคคลดังกล่าวอาจจะออนไลน์ในโปรแกรมแชทแต่ทั้งนี้ อีเมล์ของผู้ที่ปลอมตัวเข้าไปคุยนั้นคนหายต้องไม่รู้จักโดยการพูดคุยกันนั้นให้คุยเรื่องทั่ว ไปก่อนเพื่อให้บุคคลนั้นไว้ใจและจึงถามข้อมูลส่วนตัวว่าคนหายหรือคนที่ต้องสงสัยว่าพาคนหายไป กำลังเล่นอยู่บริเวณไหน มีเบอร์ติดต่อหรือไม่

หาเบาะแสจากห้องนอนของคนหาย

การหาข้อมูลในห้องนอนของคนหาย คือ แนวทางค้นหาเบาะแสอีกทางหนึ่งในการติดตามหาคนหาย เมื่อเข้าไปยังห้องนอนของคนหายแล้วสิ่งที่ ควรสอบเช่น

ตู้เสื้อผ้าของคนหาย

ตู้เสื้อผ้าของคนหาย คือ การตรวจสอบว่าคนหายมีการเก็บเสื้อผ้าไป ด้วยหรือไม่เนื่องจากพฤติกรรมการเก็บเสื้อผ้าแสดงออกได้ถึงการเตรียมตัวเป็นอย่างดีของคนหายในการหนีออกจากบ้าน ซึ่งหากคนหายไม่เก็บเสื้อผ้าไปเลยควรตั้งประเด็นสาเหตุการหายไปในกรณีอื่นๆด้วย เช่น การเกิดอุบัติเหตุหรือเกิดเหตุฉุกเฉินกับคนหาย จึงทำให้คนหายไม่กลับบ้านตามปกติ ทั้งนี้ การหายออกจากบ้านบางกรณีคนหายก็ไม่เก็บเสื้อผ้าหรือทรัพย์สินใดๆไปด้วยเลย

สมุดบันทึก หนังสือ ของคนหาย

การพิจารณาสมุด , ตำรับตำราเรียน, อื่น ๆ อีกมากมาย ของคนหาย อาจก่อให้เจอ ร่องรอย สำคัญ สำหรับการ ติดตามคนหายเนื่องด้วย คนหาย บางครั้งอาจจะ เคยจดหมายเลขโทรศัพท์ เมล์ ที่อยู่ หรือ ชื่อผู้ที่รู้จักกัน ทางแชท ไลน์ หรือ สื่อ เครือข่ายสังคม ต่าง ๆ เอาไว้ใน เอกสาร พวกนั้น ซึ่ง จะมีผลให้ครอบครัว รู้เค้าเงื่อน เสริมเติม สำหรับเพื่อการ ติดตามคนหาย

การตรวจสอบจุดที่คนหายเก็บเงินหรือทรัพย์สินไว้เพื่อตรวจดูว่าคนหายได้มีการเก็บทรัพย์สินไปหรือไม่ การที่คนหายเก็บทรัพย์สินไปด้วยทั้งหมดหมายถึงมีการเตรียมตัวที่จะหายออกจากบ้านมีเจตนาหลบหนีที่ชัดเจน แต่หากว่าทรัพย์ของคนหายยังคงอยู่ที่เดิมไม่มีการเคลื่อนย้าย หรือไม่นำติดตัวไปด้วยนั่นอาจหมายถึงว่าคนหายไม่มีการเตรียมตัวก่อนหายไป หรือไม่ได้ตั้งใจที่จะไปซึ่งกรณี ดังกล่าว ควรตั้งประเด็นสาเหตุการหายไปในกรณีอื่นๆ ด้วย เช่น การเกิดอุบัติเหตุหรือเกิดเหตุฉุกเฉินกับคนหายจึงทำให้คนหายไม่กลับบ้านตามปกติ

กระดาษ หรือจดหมาย ที่คนหายอาจจะเขียนลา

การตรวจสอบยังห้องนอน หรือบริเวณที่คนหายใช้พักผ่อนเป็นประจำ คือ สถานที่ซึ่งคนหายอาจจะทิ้งจดหมายที่เขียนลาไว้ให้ครอบครัวซึ่งหลักฐานดังกล่าว อาจจะเป็นเบาะแสในการชี้ว่าคนหายหายออกจากบ้านไปเพราะสาเหตุใดและอาจจะเชื่อมโยงกับแนวทางการติดตามหาคนหาย

แผนกนิติเวชและประชาสัมพันธ์ตามโรงพยาบาลต่างๆ

แผนกนิติเวชและประชาสัมพันธ์ตามโรงพยาบาลต่างๆ(กรณีเสียชีวิต หรือประสบอุบัติเหตุ) ถือว่าเป็นอีกสถานที่หนึ่ง ที่ครอบครัวคนหายควรไปตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้หายเนื่องจากมีผู้เสียชีวิตและผู้ประสบอุบัติเหตุหลายรายที่ได้รับการนำส่งมายังแผนกนิติเวชตามโรงพยาบาลต่างๆ เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่มีเอกสารหรือหลักฐานใดแสดงตัวการประสานงานไปยังแผนกนิติเวชตามโรงพยาบาลต่างๆ นั้นควรให้บุคคลในครอบครัวที่มีสภาวะจิตใจที่เข้มแข็งในการโทรไปสอบถามข้อมูล และควรเป็นบุคคลที่สามารถบอกรูปพรรณและตำหนิของคนหายได้อย่างชัดเจน

หน่วยกู้ภัย

หน่วยกู้ภัย เป็น องค์กรพัฒนาเอกชน ที่ ปฏิบัติภารกิจร่วมกับ ผู้พิทักษ์ส้นติราษ ฎร์ สำหรับในการ ส่งตัว ผู้ป่วย ให้ได้รับ การดูแลและรักษายัง โรงพยาบาล โดย หน่วยกู้ภัย ที่ไป ช่วยเหลือ คนบาดเจ็บ นั้นจะ เก็บข้อมูล ชื่อ รวมทั้ง รูปพรรถสัณฐาน ของ คนที่ได้รับบาดเจ็บ ที่ได้นำส่งโรงหมอ ด้วยเหตุนี้ หน่วยกู้ภัย ก็เลย เป็น อีก หน่วยงาน หนึ่ง ที่ ครอบครัว คน หาย จะต้อง ไป ตรวจทานข้อมูล โดย ใน บ้านนอก นั้น ให้ติดต่อ ไป ยัง หน่วยกู้ภัย สถานที่สำหรับทงาน ใน พื้นที่ จังหวัด นั้นๆ แม้ไม่รู้ว่า เป็น หน่วยงานหน ให้ถามไถ่ไป ยัง โรงพัก ใน พื้นที่ นั้นๆ เนื่องจากว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะดำเนินการ ผสาน กับ หน่วยกู้ภัย ใน พื้นที่ อยู่แล้ว

การตรวจสอบที่อู่รถโดยสารประจำทาง

ในกรณีที่คนหายสามารถขึ้นรถโดยสารประจำทางเองได้นั้นอาจจะมีความเป็นได้ว่า คนหายอาจจะขึ้นรถประจำทางเพื่อหาทางกลับบ้านแต่ก็ไม่รู้จุดหมายปลายทาง(กรณีคนหายเป็นผู้เยาว์ หรือป่วยอัลไซเมอร์) ว่าจะเดินทางไปที่ใดดังนั้นหากมีความเป็นไปได้ว่าคนหายจะขึ้นรถประจำทาง ครอบครัวคนหายควรตรวจสอบว่ารถประจำทางสายใดบ้างที่ผ่านบริเวณบ้าน แต่หากคนหายไม่สามารถขึ้นรถโดยสารประจำทางได้เพียงลำพังมีความเป็นไปได้ ว่าคนหายดังกล่าวจะใช้วิธีการเดินไปเรื่อยๆเพราะไม่คุ้นเคยในการขึ้นรถ

การแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจ

โรงพัก เป็นสถานที่แรก ที่ครอบครัว คนหาย ควรจะ ไปติดต่อ เพื่อแจ้งเหตุ คนหาย ซึ่ง การไป แจ้งเหตุคนหายนั้น ครอบครัวคนหาย สามารถ พิจารณา การเกิดอุบัติเหตุ ในท้องที่ นั้น ๆ ได้ด้วย เพราะเหตุว่า ธรรมดา การเกิด อุบัติเหตุ ต่างๆ เมื่อ ตำรวจ รับบอกเหตุ จะเดินทางไป สถานที่เกิดเหตุ และก็ ลงบันทึก ทุกวัน ไว้เป็นหลัก ฐาน ซึ่ง ใน กรณี เสียชีวิต หรือ บาดเจ็บอย่างหนักนั้น โดยธรรมดา ทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือ โรงพยาบาล ที รับตัวคนบาดเจ็บ ไปรักษา นั้นต้อง รีบติดต่อ ครอบครัว คนหายอย่างเร็ว จากข้อมูล ในเอกสารหรือ บัตรประชาชน ของคนหาย

สถานีตำรวจท้องที่อื่นๆที่คนหายเดินทางผ่าน หรือคาดว่าจะผ่านไปยังท้องที่นั้นคือสถานที่ที่ครอบครัวคนหายควรไปดำเนินการติดต่อสอบถามอุบัติเหตุด้วยเช่นกัน ซึ่งการติดต่อสอบถามสถานีตำรวจต่างๆเหล่านี้ ครอบครัวคนหายไม่จำเป็นต้องเดินทางไปด้วยตัวเองแต่อาจจะใช้วิธีโทรสอบถามทางโทรศัพท์ได้

จ้าง นักสืบ ที่ไหน ดี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *